คัดลอก URL แล้ว
5 เหตุผลที่ไม่ควรพลาด Skyscraper

5 เหตุผลที่ไม่ควรพลาด Skyscraper

Skyscraper ระห่ำตึกเสียดฟ้า หนังมากับพลอตที่กระตุ้นความน่าชมสุดๆ ทั้งโลเกชั่นที่ว่าด้วยตึกที่สูงที่สุดในโลก ทั้งทุนสร้างมหาศาล 120 ล้านเหรียญ ทั้งฉากแอ็คชั่นเสี่ยงตายที่เราจะได้เห็นวิล กระโดดจากเครนสูงข้ามไปยังเดอะเพิร์ลที่ไฟลุกท่วม และยังเป็นการร่วมงานกันของ ดเวย์น จอห์นสัน และรอบนี้ มาร์แขล เทอเบอร์ ผู้กำกับที่เคยกำกับดเวย์นมาแล้วใน Central Intelligence หนังสุดฮาปี 2016 ไม่เพียงเท่านี้ Skyscraper ยังมีองค์ประกอบอีกมากที่ทำให้คอหนังแอ็คชั่นไม่ควรพลาด

1. เพราะว่าหนังเรื่องนี้มี ดเวย์น จอห์นสัน

กลายเป็นดาราแอ็คชั่นฮอลลีวู้ดอันดับ 1 อย่าไม่ต้องสงสัย เมื่อ Rampage เพิ่งกวาดเงินถล่มทลายไป 424 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 120 ล้านเหรียญ และเรื่อง Jumanji: Welcome To The Jungle ก็กวาดรายได้ไป 961 ล้านเหรียญ วันนี้ชื่อของ ดเวยน์ จอห์นสัน กลายเป็นชื่อที่นายทุนผู้สร้างหนังอยากจะร่วมงานด้วย เพราะเป็นชื่อที่รับประกันได้ว่าหนังเรื่องนั้นจะต้องได้กำไร

ในวัย 49 ปีดเวย์น ยังดูฟิตอยู่มากแลดูแล้วเราจะได้เห็นเขาโลดแล่นในฐานะดาราแอ็คชั่นอีกนาน อย่าเพิ่งเบื่อกันไปล่ะด้วยสรีระที่บึกถึกทนทำให้เขามักจะได้รับบทเป็น ตำรวจ ทหาร เอฟบีไอ หรือไม่ก็เป็นอดีตตำรวจทหารอะไรทำนองนี้ ก็จริงนะด้วยรูปร่างแบบนี้จะให้เขาไปเล่นเป็นบทอะไรล่ะ และด้วยการมีรูปร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามเป็นจุดขายทำให้ดเวย์นจำต้องฟิตร่างกายอยู่เสมอ ทุกวันนี้เขาตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อมาออกกำลังกาย เขาทำอย่างนี้สัปดาห์ละ 6 วันตลอดมา ทำให้ดเวย์นถูกขนานนามว่า เฮอร์คิวลิสในยุคปัจจุบัน

และใน Skyscraper แน่นอนว่าเราต้องได้เห็น “วิล” บทของดเวย์น ได้โชว์ฉากต่อสู้ปล่อยหมัดใส่พวกผู้ร้าย และที่น่าสนเป็นพิเศษคือรอบนี้เขาไม่ได้มาพร้อมร่างกายที่ครบ 32 เช่นเคย แต่เป็นพระเอกที่แม้ร่างบึกแต่พิการขาซ้าย กลายเป็นจุดอ่อนในตัว และนำมาเป็นจุดขยายในบทหนัง ทำให้เกิดสถานการณ์ให้เราต้องลุ้นเอาใจช่วยได้อีกหลาย ๆ ฉาก กับการต้องช่วยลูกเมียที่อยู่ในตึกที่ไฟลุกท่วมในเวลาที่จำกัด ขณะที่ตัวเองก็ไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม 100% เพื่อความสมจริงสมจังกับบทผู้พิการใส่ขาปลอม ดเวย์น จอห์นสัน ทำการบ้านกับบทนี้ด้วยการไปคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้พิการขาตัวจริง เพื่อศึกษาลักษณะการเคลื่อนไหวมาใช้กับบท วิล ซอว์เยอร์

2. ฉากแอ็คชั่นที่แทบลืมหายใจ

หนังแอ็คชั่นที่สนุกควรจะต้องมีฉากแอ็คชั่นเสี่ยงตาย ใน Skyscraper ก็มีฉากแอ็คชั่นดุเดือดให้ดูหลายฉากแน่นอน แต่ฉากเด่นสุดที่นำมาเป็นจุดขายก็คือฉากที่ดเวย์นวิ่งหนีเฮลิคอปเตอร์ที่บินตามสาดกระสุนใส่เขาแล้วเขาก็กระโดดจากเครนสูงข้ามไปยังอาคารเดอะเพิร์ล ในตัวอย่างเราได้เห็นกันแล้วว่าเขาข้ามไปได้สำเร็จ แต่ก็ยังต้องลุ้นใจหายกันอีกรอบ 2 เมื่อเขาร่วงหล่นจากตึกแต่บังเอิญที่ขาซ้ายที่เป็นขาปลอมของเขาถูกเชือกพันไว้โดยบังเอิญ วิลห้อยต่องแต่งอยู่นอกอาคารเดอะเพิร์ล มีเพียงขาซ้ายที่แขวนไว้กับตัวตึก ชีวิตของเขาได้ถูกฝากไว้กับขาปลอมข้างนั้น ถึงแม้เราจะรู้อยู่แล้วล่ะว่าสุดท้ายพระเอกต้องรอดสิน่า แต่ก็ปฎิเสธไมได้ว่านี่เป็นฉากที่ชวนลุ้นใจหาย เราค่อยไปลุ้นกันว่าฉากนี้จะลงเอยอย่างไร ผู้กำกับจะทำให้ฉากนี้ออกมาลุ้นใจหายใจคว่ำฉิวเฉียดได้เพียงใด

3. ความสมจริง

อาคารเดอะ เพิร์ล นี้เปรียบได้ว่าเป็นหัวใจหลักของหนัง นอกจากจะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ยังมีรูปทรงที่ผ่านการออกแบบได้แปลกใหม่สะดุดตา เดอะ เพิร์ล ถูกสมมติให้ว่าตั้งอยู่ที่ฮ่องกง มีความสูงที่ 3,500 ฟุต 240 ชั้น สูงกว่าอาคาร เบิร์จ คาลิฟา ที่ดูไบ ที่มีอยู่จริง มีความสูงอยู่ที่ 2,716 ฟุต

อาคาร เดอะ เพิร์ล ในเรื่องนี้แม้จะสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีซีจี แต่ก็ผ่านการออกแบบโดยมีที่ปรึกษาคือ อดัม สมิธ สถาปนิกตัวจริงที่ออกแบบอาคาร เบิร์จ คาลิฟา นั่นแหละ ทำให้อาคารเดอะ เพิร์ลมีภาพลักษณ์ที่สะดุดตา แม้ว่าจะสูงเฉียดฟ้าแต่ก็มีความอ่อนช้อย รับกับทัศนียภาพริมอ่าวฮ่องกง ชวนให้เชื่อได้ว่ามีอยู่จริง

อาคารเดอะ เพิร์ล นี้ถูกออกแบบให้เป็นทั้งอาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย และมีร้านอาหารที่ตั้งอยุ่บนชั้นสูงสุดของตึก เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยที่สุดในโลก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นดาบสองคม เพราะมันอาจย้อนมาเป็นภัยกับผู้ที่อยู่ภายในอาคาร อย่างที่ วิล พูดไว้ในตัวอย่างหนัง “ไม่ใช่แค่ทุกคนต้องอยู่ในอาคาร แต่ยังเหมือนติดอยู่ใน 240 ชั้นกลางอากาศ   คนภายนอกก็จะไม่ใครรู้หากเกิดเหตุร้ายจริง” แล้วมันก็ต้องมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาสิครับ หนังถึงจะได้สนุก นอกจากเหล่าผู้ก่อการร้ายในเรื่อง ก็มีอาคาร เดอะ เพิร์ล นี่แหละที่ทำหน้าที่ผู้สร้างสภานการณ์ร้ายให้กับหนังเรื่องนี้

4. หนังมหันตภัยบนตึกสูงที่ไม่ได้ดูกันมานานมากแล้ว

แม้ฮอลลีวู้ดจะสร้างหนังแอ็คชั่นออกมาถี่มาก แต่หนังเกี่ยวกับภัยพิบัติบนตึกสูงนั้นแทบไม่ค่อยได้มีออกมาให้เห็นเลย Skyscraper นี่นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ 3 ในรอบ 44 ปี ถ้ามองย้อนหลังไป หนังอาคารระฟ้าเกิดเพลิงไหม้คือ The Towering Inferno (1974) ที่ขึ้นแท่นกลายเป็นหนังคลาสสิกไปแล้ว เป็นหนังที่ได้ดาราแถวหน้าในยุคนั้นมารับบทนำคือ พอล นิวแมน และ สตีฟ แม็คควีน หนังคว้าไปถึง 3 ออสการ์ และกวาดรายได้ไปถึง 139 ล้าน ซึ่งนับว่าถล่มทลายมากในยุคนั้น

ต่อมาคือ Die Hard หนังปี 1988 ที่ฮิตจนต้องมีภาคต่อมาจนทุกวันนี้ และเป็นหนังที่สร้างชื่อให้กับ บรู๊ซ วิลลิส ดาราตลกจากทีวีซีรีส์ให้กลายมาเป็นดาราแอ็คชั่นเบอร์ต้น ๆ ของฮอลลีวู้ด หนังได้เข้าชิงถึง 4 ออสการ์ และทำรายได้ทั่วโลกไปมากถึง 140 ล้านเหรียญ แล้ววันนี้ก็ถึงคิวของ Skyscraper ว่าจะไปได้ถึงระดับไหน จะกลายเป็นหนังที่ชวนจดจำได้อย่าง 2 เรื่องก่อนหน้าหรือไม่

5. มีภรรยาสุดสวยของเจย์ โชว ร่วมแสดงด้วย

ฮันนาห์ ควินลิแวน ดาราสาวสวยลูกครึ่งไต้หวัน-ออสเตรเลีย วัย 27 ปี เธอเป็นภรรยาของ เจย์ โชว นักร้องเพลงป๊อปชื่อดังและเป็นที่นิยมกันมากในบ้านเราเช่นกัน ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อปี 2015 และมีลูกด้วยกันแล้วถึง 2 คน ฮันนาห์ มีผลงานแสดงทีวีซีรีส์ และหนังจีนเพียงแค่ 2 เรื่องเท่านั้น Skyscraper จึงเป็นหนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกในชีวิตเธอ

บทของเธอน่าจะน้อยนิดมาก ขนาดว่าในตัวอย่างหนังยังเห็นเธอโผล่มาแวบเดียว ก็ถือว่าเป็นเรื่องสนุก ๆ น่ะ คอยสังเกตกันว่าบทของฮันนาห์จะโผล่มาตอนไหนกัน และบทของเธอน่าจะฝากความประทับใจให้กับดเวย์น ไว้พอสมควร เจ้าตัวถึงกับมาออกปากเชียร์ว่า “อย่าตัดสินฮันนาห์เพราะว่าลุคหวาน ๆ ของเธอเชียวนะ เห็นตัวแค่นี้ก็มีพลังทำลายล้างได้พอดูนะ”

ช่อง “MONO29” ดับเบิ้ลความมันระเบิดจอ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้วยผลงานภาพยนตร์ของนักแสดงระดับฮอลลีวูด “ดเวย์น จอห์นสัน” หรืออดีตแชมป์มวยปล้ำขวัญใจมหาชน “เดอะร็อค” มาให้แฟนหน้าจอได้สนุกสุดใจไปกับ สองภาพยนตร์เรื่องดัง มาให้ชมแบบต่อเนื่องสองวันติด วันเสาร์ 7 สิงหาคมนี้ เวลา 18.00 น.จัดไปในโปรแกรม “Premium Blockbuster Thailand Premiere” ครั้งแรกบนจอฟรีทีวีไทย กับภาพยนตร์แอ็คชั่นลุ้นเฉียดตายเรื่อง “ระห่ำตึกเสียดฟ้า (Skyscraper)” และ วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคมนี้ เวลา 18.00 น. พลิกบทบาทให้คนดูฮากระจายด้วยภาพยนตร์คอมเมดี้ เรื่อง “คู่สืบคู่แสบ (Central Intelligence)” จากผลงานการกำกับฯ แถวหน้าของฮอลลีวูด “รอว์สัน มาร์แชลล์ เธอร์เบอร์”

คอหนังไม่ควรพลาด กับผลงานของพี่บึ้กสุดล่ำขวัญใจมหาชน “เดอะ ร็อค” จากภาพยนตร์ดังสองเรื่องสองรสชาติ ออกอากาศครั้งแรกบนจอฟรีทีวีไทยในวันเสาร์ที่ 7 และ วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคมนี้ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป รับชมสดๆ ได้ทางทีวีดิจิตัล หมายเลข 29 และแอปพลิเคชั่น MONO29 http://bit.ly/2GE0XdR

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์
: https://www.sfcinemacity.com/


WRITER