5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Pacific Rim Uprising แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก
5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Pacific Rim Uprising แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก

5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Pacific Rim Uprising แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก

5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Pacific Rim Uprising แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก

พบบทต่อมาของการต่อสู้ที่ครอบคลุมทั่วโลกระหว่างสัตว์ประหลาดจากนอกโลกที่มีพลังทำลายล้างสูงและสุดยอดเครื่องจักรกลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกำจัดพวกมัน ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ใน “Pacific Rim Uprising – แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก” โดยภาคนี้ยังคงได้ กิเยร์โม เดล โตโร มาร่วมอำนวยการสร้าง ส่วนหน้าที่ผู้กำกับตกเป็นของ สตีเว่น เอส เดอไนท์ (ผลงานของ Netflix เรื่อง Daredevil, Spartacus) พร้อมทุนสร้างระดับ $150 ล้าน เพื่อสร้างฉากการต่อสู้ที่ดุเดือดและอลังการกว่าภาคแรก และนี่คือ 5 เหตุผลที่คุณต้องดู Pacific Rim Uprising ทางช่อง MONO29

 

 

1.จุดเริ่มต้นเรื่องราวของ Pacific Rim กับเหตุการณ์ K-DAY!!

ชื่อของ K-Day หรือ Kaiju Day เป็นชื่อของเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม 2013 – 15 สิงหาคม 2013 ในเมืองซานฟรานซิสโก , ซาคราเมนโต และโอกแลนด์  K-DAY ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามไคจู และมนุษยชาติ โดยก่อนที่จะมีการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาด ก็ได้มีการบันทึกเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริกเตอร์ โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ตรงกลางอ่าวซานฟรานซิสโก ตามท้องเรื่องมีนักวิทยาศาสตร์ได้สันนิษฐานว่าการสั่นสะเทือนครั้งนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการรุกรานของบางอย่างที่ค่อยๆคืบคลานเข้าสู่พื้นดิน เพราะรัศมีของแผ่นดินไหวนั้นไม่สอดคล้องกับแรงอาฟเตอร์ช๊อกหลังแผ่นดินไหว ราวกับว่ามันกำลังเคลื่อนตัวตลอดเวลา และใกล้ชายฝั่งทุกขณะ ในที่สุด ภาพของสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาจากน่านน้ำอ่าวซานฟรานซิสโก ก็ปรากฎสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก (โดยภายหลังไคจูตัวนี้ถูกเรียกว่า Trespasser แต่ไม่มีการระบุว่าเป็นไคจูระดับที่เท่าไหร่) และมันได้ทำลายสะพานโกลเดนเกต ฆ่าผู้ขับขี่รถยนต์นับร้อยคันที่อยู่บนสะพานเส้นนั้น จนมีตัวเลขผู้เสียชีวิตนับพันจากเหตุในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวประเมินว่าสัตว์ร้ายนั้นสูง 300 ฟุต โดยมีรายงานข่าวต่อเนื่องที่แสดงให้เห็นถึงความหายนะที่เกิดขึ้นกับซานฟรานซิสโกกับเมืองโดยรอบ และความพยายามที่ไร้ประโยชน์ของกองทัพสหรัฐและสหราชอาณาจักรที่เข้าร่วมการโจมตีทางอากาศเพื่อฆ่ามัน

 

 

สุดท้าย เหตุการณ์นี้จบลงในวันที่ 15 สิงหาคม 2013 เมื่อทางกองทัพพันธมิตรร่วมได้ใช้  ขีปนาวุธนิวเคลียร์ 3ลูก ถึงจะกำจัดมันลงได้ และหลังจากศึกนี้ ทำให้แนวขชายฝั่งของพื้นที่อ่าวไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์มาหลายศตวรรษจนได้รับการตั้งชื่อว่า San Francisco Exclusion Zone (SFEZ) โครงการเยเกอร์ก็ได้ถูกคิดค้นขึ้น…ลามมาถึงสงครามไคจู และปิดฉากเผ่าพันธุ์พวกมันได้ในภาคแรก ส่วน Pacific Rim Uprising จะเป็นเรื่องราวหลังจากภาคแรกนานหลายปี และกำลังจะเกิดเหตุซ้ำรอย K-Day อีกครั้ง เมื่อมี “รอยแยก”ใหม่ปรากฏขึ้นในทะเล พร้อมสัญญาณการมาของไคจูระดับ 4 อีกครั้ง…

 

 

2. เยเกอร์คืออะไร!?

โครงการเยเกอร์ เป็นผลสืบเนื่องจาก K-Day เมื่อมนุษยชาติจำเป็นที่จะ ต้องมีอาวุธไว้สำหรับต่อกรกับไคจู และปกป้องมนุษยชาติ โดยมีองค์การสหประชาชาติ 21 ประเทศรวมเงินทุนพัฒนา จัดซื้อวัตถุดิบ และวิจัยยุทโธปกรณ์ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาอาวุธเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Jaegers (เยเกอร์) ภายใต้องค์กรที่ชื่อว่า Pan Pacific Defense Corps.(PPDC)

ด้วยการอนุมัติทางการเงินของสหประชาชาติทำให้โครงการเยเกอร์ และการจัดตั้งกองกำลังป้องกันPPDC ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นจะสูงลิบลิ่ว จนทำให้เกิดความลังเลที่จะให้เงินทุนสนับสนุนต่อไป แต่ก็มีการผลักดันจนสามารถพิสูจน์ได้ว่า มันคุ้มค่าแม้ว่าจะแลกกับชีวิตของนักบินทดสอบมาแล้วหลายคนก็ตาม

 

 

ในประสิทธิภาพตัวหุ่นนั้นไม่ต้องสงสัยว่ามันแข็งแกร่ง ทนทานขนาดไหน แต่ก็ยังไม่มีนักบินคนไหนสามารถรอดชีวิตจากการบังคับเยเกอร์รุ่นทดสอบได้เลย และในที่สุดก็เห็นพ้องต้องกันว่า การใช้นักบินเพียงคนเดียวนั้นเป็นภาระที่หนักเกินไปจึงได้คิดค้นระบบ “แชร์ประสาทสัมผัส” หรือ Drift neural bridge

จนนำไปสู่การสร้าง “เยเกอร์รุ่นต้นแบบ Type 1″ ได้สำเร็จที่ชื่อ  Mark-1 prototype Jaeger – Brawler Yukon (บราวเลอร์ ยูคอน) และได้อนุมัติงบให้สร้างพวก Mark  ออกมาอีก ตามรอบวาระงบประมาณที่ถูกแบ่งออกเป็น 5 ปี ที่เริ่มในปี 2015 และสิ้นสุดในปี 2019 โดยเยเกอร์แต่ละตัว จะไม่มีการออกแบบมาตรฐานตายตัว เพราะต้องการให้เยเกอร์สามารถพลิกแพลง และนำไปใช้งานได้หลากหลายตามแต่ละประเภทไคจูที่ต้องรับมือเยเกอร์ Mark 1-3 จะเป็นรุ่นที่ติดตั้งเตานิวเคลียร์ ซึ่งเป็นรุ่นที่ทำให้นักบินเสี่ยงต่อภาวะการเป็นมะเร็งจากกากกัมมันตรังสี โดยสองตัวสุดท้ายที่มีเตานิวเคลียร์คือ Gipsy Danger  และ  Cherno Alpha

แต่หลังจากจบเรื่องราวใน Pacific Rim ภาคแรกแล้ว หุ่นเยเกอร์ก็ได้รับการติดตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้ง โดยหุ่นที่ใช้พลังงานดังกล่าวก็คือ “Gipsy Avenger” ที่ได้รับการพัฒนาเตาปฎิกรณ์ต่อจาก Gipsy Danger จนปลอดภัยต่อตัวนักบิน และเพิ่มขีดความสามารถของเยเกอร์เข้าไปอีกขั้น และได้อัพเกรดเกราะ และอาวุธในหุ่นรุ่นใหม่ๆเข้าไป

 

 

3.ระดับของไคจู

ไคจู (怪獣 kaijū) เป็นเผ่าพันธุ์ของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งได้รับการดัดแปลงทางพันธุกรรมจากเผ่าพันธ์เอเลี่ยนที่ชื่อ “Precursors” (พรีเคอร์เซอร์) จาก ดาว Anteverse (แอนตี้เวิร์ส) และพวกมันได้สร้างรอยแยก (ฺBreach) เพื่อเชื่อมต่อโลกมนุษย์ และมิติเอเลี่ยนเข้าด้วยกัน ไคจู เป็นสัตว์ที่มีคุณลักษณะเป็นพิษสูงและได้รับการจัดระดับโดยใช้มาตราวัดที่เรียกว่า “Serizawa Scale” (เซริซาว่าสเกล – เป็นการล้อเลียนชื่อของ ดร.เซริซาวะ จากหนังก็อดซิลล่า) โดยเรียงจากระดับอ่อนสุด หรือระดับ 1 ไปหาเก่งสุด หรือระดับ 5 ตามลำดับ หรือบางครั้งก็จะถูกนำมาใช้วัดขนาดด้วย และในภาค Uprising พวก “Precursors” (พรีเคอร์เซอร์) ปรับปรุงไคจูให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีพลังมากขึ้นกว่าเดิม และลูกเล่นเสริมความแกร่งเช่นการคายน้ำกรดและการปล่อยประจุไฟฟ้าผ่านกรงเล็บและฟันของมันด้วย

 

 

4 . ภาคนี้ “กิลเยโม เดล โทโร่” ไม่ได้กำกับ แถมร่วมทุนจีนสร้างด้วย!!

Pacific Rim Uprising หรือ Pacific Rim 2 เป็นผลงานการกำกับของ สตีเว่น S. ดีไนท์  ที่ร่วมกับทีมพัฒนาบทภาพยนตร์ โดยมีบทดั้งเดิมของ กิลเยโม เดล โทโร่ เป็นแนวทางในการสร้างภาคต่อ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 หลังปิดกองถ่ายภาคแรก เดลโทโร่ เคยมีไอเดียที่จะทำหนังเรื่องนี้ที่เป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์ในภาคแรกขึ้นมา ต่อมาในปี 2014 ก็มีแหล่งข่าวจากทางฮอลลีวูดได้ระบุว่ามีการเริ่มเขียนบทสำหรับภาคสอง ซึ่งหลังจากนั้นในปี 2015 เดลโทโร่ก็ประกาศว่าเขาจะมากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง และได้รับการยินยอมจากทาง Universal Pictures ในการเพิ่มงบประมาณในการสร้างภาคต่อ

อย่างไรก็ตามการถ่ายทำก็หยุดลงหลังจาก เกิดความขัดแย้งระหว่าง Universal และ Legendary ทำให้มีผลต่อความล่าช้าในการสร้างงานต่อ แต่เดลโทโร่ก็ยังคงเดินหน้าทำภาพยนตร์ต่อไป และแล้วในช่วงตุลาคมปี 2015  ทาง Legendary ได้ทำการขายสิทธิ์บางส่วนให้กับ Chinese Wanda Group กลุ่มนายทุนจากประเทศจีนในมูลค่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ก็ทำให้โปรเจคท์เดินหน้าต่อไป แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 เดล โทโร่ ประกาศทางทวิตเตอร์ว่า ตัวเขาจะถอนตัวจากการเป็นผู้กำกับ  และส่งไม้ต่อให้กับ สตีเว่น S. ดีไนท์ ในขณะที่ตัวของเดลโทโร่ จะอยู่ในโครงการนี้ในฐานะโปรดิวเซอร์ต่อไป และมีการปรับบทกันหลายครั้งจนเริ่มมีการถ่ายทำในช่วงปี 2017 นั่นเอง

 

 

5.เดินเรื่องโดยตัวละครหน้าเดิม เสริมทัพด้วยตัวละครใหม่!

ในเมื่อเนื้อหาห่างจากภาคแรกเพียงไม่กี่ปี ดังนั้นตัวหนังก็จะเต็มด้วยตัวละครหน้าเดิม และหน้าใหม่คละกันไป ซึ่งภาคนี้มีตัวละครเดิมอย่าง รินโกะ คิคุจิ (ตัวละครจากภาคแรก) รับบทเป็น Mako Mori จับคู่กับ จอห์น โบเยก้า (พระเอกหนุ่มผิวสีจาก Star Wars EpVIII) ที่แสดงเป็น Jake Pentecost ลูกชายของท่านผบ.ในภาคแรก ที่มีบทบาทขึ้นบังคับ “Gipsy Avenger” หุ่นรบรุ่นใหม่ล่าสุด รวมไปถึง  สก๊อต อีสท์วู้ด (โนบอดี้น้อย จาก Fast 8) ในบทของ  Nate Lambert  /  แมคเคน ยู (นักแสดงหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น จากเรื่อง Peach Girl) /เถียนจิง จาก Kong: Skull Island  ในบท Liwen Shao ส่วนพระเอกจากภาคแรกอย่าง ชาร์ลี ฮันแน่ม ไม่สามารถมาร่วมแสดงในบทเดิมได้เพราะติดภารกิจถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอื่น

พบกับความสนุกขั้นสุดไปกับศึกเดือดระหว่างทีมเยเกอร์และไคจูยักษ์ได้ ในโปรแกรม Premium Blockbuster Thailand Premiere กับภาพยนตร์เรื่อง “แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก (Pacific Rim Uprising)” ในวันเสาร์ที่ 19 กันยายนนี้ เวลา 18.00 น. รับชมได้ทั้งทางทีวีดิจิตัลหมายเลข 29 และทางแอปพลิเคชั่น MONO29

 

สามารถชมทางออนไลน์ได้ที่ : https://mono29.com/livetv

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์
: https://www.metalbridges.com/


Tag :
Adria Arjona
Burn Gorman
Cailee Spaeny
Charlie Day
Jin Zhang
John Boyega
pacific rim
Pacific Rim 2
Pacific Rim: Uprising
Scott Eastwood
Tian Jing
กิเยร์โม เดล โตโร
แปซิฟิค ริม
แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก

FaceBook Comment

Movie & Series Talk

เพิ่มเติม >>