รวมเกร็ดปฏิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ใน Mission: Impossible ทุกภาค!
รวมเกร็ดปฏิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ใน Mission: Impossible ทุกภาค!

รวมเกร็ดปฏิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ใน Mission: Impossible ทุกภาค!

ติดตามชม

Mission: Impossible ฝ่าปฏิบัติการ สะท้านโลก ภาค 1
เสาร์ที่ 11 พฤศจิกา เวลา 9.00 น.

Mission: Impossible II ฝ่าปฏิบัติการ สะท้านโลก ภาค 2
เสาร์ที่ 18 พฤศจิกา เวลา 11.50 น.

Mission: Impossible III ฝ่าปฏิบัติการ สะท้านโลก ภาค 3
เสาร์ที่ 25 พฤศจิกา เวลา 15.20 น.

Mission: Impossible Ghost Potrocol
เร็วๆนี้

Mission: Impossible Rogue Nation
เร็วๆนี้

ได้ทางช่อง MONO29 ฟรีทีวีที่มีหนังดี ซีรีส์ดังมากที่สุด

 

 

แต่ก่อนจะไปพบกับ Mission: Impossible เรามาดู 10 เกร็ดน่ารู้จากหนังสายลับกับปฏิบัติการที่เป็นไปไม่ได้มาตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคล่าสุดกันเลยดีกว่า

 

 

1. แท้จริงแล้ว Mission: Impossible เคยเป็นซีรี่ย์ที่ออกฉายทางโทรทัศน์มาก่อนในยุค 60 – 70 มีด้วยกันถึง 7 ซีซั่น ก่อนที่จะกลายเป็นหนังจอเงินในปี 1996 โดย Jim Phelps เป็นตัวละครเดียวจากฉบับซีรี่ย์ในปี 1966 ที่ได้มาปรากฏตัวในฉบับภาพยนตร์ (ซ้ายซีรี่ย์ 1966 ขวาภาพยนตร์ 1996)

2. แม้จะเป็นหนังสายลับ แต่ Mission: Impossible ภาคแรก กลับเป็นเพียงภาคเดียวที่ไม่มีฉากการดวลปืนแม้แต่นิดเดียว และเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ฉายด้วยจำนวนโรงมากกว่า 3,000 โรงในสหรัฐอเมริกา

 

 

3. Mission: Impossible ไม่เคยใช้ผู้กำกับซ้ำกันเลยสักภาค ไล่ตั้งแต่ภาค 1 – 5 ได้แก่ Brian De Palma, John Woo, J.J. Abrams, Brad Bird และ Christopher McQuarrie ส่วนนักแสดง มีเพียง Tom Cruise ผู้รับบท Ethan Hunt และ Ving Rhames ผู้รับบท Luther Stickell แฮกเกอร์ประจำองค์กร IMF (ในที่นี้ย่อมาจาก Impossible Missions Force ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ International Monetary Fund หรือ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” ที่หลายประเทศรวมถึงไทยเราติดหนี้อยู่แต่อย่างใด) ที่ได้ปรากฏตัวในหนังครบทั้ง 5 ภาค

 

 

4. ฉากอันลือลั่นที่ Tom Cruise ไม่ใช้ตัวแสดงแทนใน Mission: Impossible II ได้แก่ ฉากไต่เขาที่ถ่ายทำขึ้นที่ Dead Horse point ใน Utah มีการใช้สลิงช่วยก่อนจะถูกใช้ CG ลบออกในภายหลัง และถึงแม้จะมีการ Stunt Double ในการถ่ายทำด้วยแต่ John Woo ก็ยังกลัวว่าจะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นมากๆ ทว่ากลับเป็น Tom Cruise เองที่บอกว่า “เขาจะทำ” และฉาก “knife-in-the-eye” นั้นมีการใช้มีดจริงในการถ่ายทำโดยมีจะมีการใช้สายเคเบิลและกลไกผูกติดตัวมีดเอาไว้เพื่อให้มันไปหยุดตรงตำแหน่งที่ถูกต้องพอดี โดยจุดที่ว่านั้นอยู่ห่างจากลูกตา Tom Cruise ไปเพียง 3 เซนติเมตรหน่อยๆเท่านั้นเอง

 

 

5. Mission: Impossible III เป็นหนังที่เปิดตัวด้วยจำนวนโรงมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ด้วยจำนวนโรงทั้งสิ้น 4,054 โรง (เป็นโรง Digital 170 โรง)

6. Mission: Impossible III ในบทจะมีช่วงหนึ่งที่ Ethan Hunt พูดถึงทะเลสาบ Wanaka ซึ่งทะเลสาปที่ว่านี้มีจริงอยู่ในเกาะตอนใต้ของ New Zealand ที่ Tom Cruise เคยแวะไปเมื่อครั้งไปถ่ายทำหนังเรื่อง The Last Samurai (2003) เขาชอบที่นี่มากจนต้องขอเอามาใส่ในสคริปท์ด้วยตัวเอง

 

 

7. Burj Khalifa Hotel ในภาค 4 (Mission: Impossible – Ghost Protocol) คือ Armani Hotel Dubai โรงแรมแห่งแรกที่ถูกออกแบบและพัฒนาโดย Giorgio Armani โดยฉากปีนตึก Burj Khalifa นั้น Tom Cruise เป็นคนเล่นเองโดยไม่มีการใช้ Stunt Double ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำให้ Brad Bird ทำงานได้ง่ายขึ้นมากเนื่องจากไม่ต้องหามุมกล้องเพื่อหลบใบหน้าของนักแสดงนั่นเอง (Burj Khalifa เป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันที่ความสูง 828 เมตร แต่ถ้าหากตึก Kingdom Tower ของซาอุดิอารเบียที่จะมีความสูง 1,000 เมตร แล้วเสร็จในปี 2019 มันจะถูกโค่นตำแหน่งทันที)

8. ฉากจำอันโด่งดังฉากหนึ่งของ Mission: Impossible คือฉากที่ Tom Cruise ห้อยสลิงลงมาจากด้านบน ซึ่งฉากนี้เองได้ถูกใส่ลงไปใน Mission: Impossible – Ghost Protocol ด้วยเช่นกัน โดยในฉากนี้เป็น Jeremy Renner ผู้ซึ่งมี Tom Cruise เป็นไอดอลในดวงใจอยู่แล้ว ต้องรับหน้าที่ดิ่งสลิงไปบ้าง หลังจากที่ภาค 1 Tom Cruise ต้องประสบปัญหาหัวโขกพื้นอยู่หลายเทคเนื่องจากไม่สามารถรักษาสมดุลได้จนกระทั่งในที่สุดเขาก็สามารถแก้ได้โดยการเอาเหรียญมาใส่ในรองเท้าเพื่อรักษาสมดุล

 

 

9. Mission: Impossible – Ghost Protocol นอกจะเป็นงานกำกับหนังคนแสดงเรื่องแรกของผู้กำกับ Brad Bird ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยกำกับแต่แอนิเมชั่นอย่าง The Iron Giant และ The Incredibles รวมถึง Ratatouille แล้ว ยังเป็นหนังเรื่องแรกที่ออกมาในช่วงที่ Paramount ย่างเข้าสู่ปีที่ 100 พอดี จึงกลายเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ใช้โลโก้ 100th Anniversary Paramount ฉายปะหน้าหนัง

 

 

10. Mission: Impossible – Rogue Nation ซึ่งเป็นภาค 5 และเป็นภาคที่ Tom Cruise บาดเจ็บไปทั้งสิ้น 6 ครั้งตลอดการถ่ายทำ เขากับ Simon Pegg ผู้รับบท Benji Dunn (ช่างเทคนิคขององค์กรที่ปรากฏตัวตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นมา) ให้สัมภาษณ์ว่า ฉากการขับรถใน พวกเขาเป็นคนขับเองทั้งหมด

 

 

เรียบเรียงจาก โรงภาพยนตร์ที่ 3 ที่นั่ง E12

FaceBook Comment

Movie & Series Talk

เพิ่มเติม >>