ทำไมเป็นคนชอบเจ็ด? เบื้องหลังความเชื่อเรื่องตัวเลข!
ทำไมเป็นคนชอบเจ็ด? เบื้องหลังความเชื่อเรื่องตัวเลข!

ทำไมเป็นคนชอบเจ็ด? เบื้องหลังความเชื่อเรื่องตัวเลข!

ทำไมเป็นคนชอบเจ็ด? เบื้องหลังความเชื่อเรื่องตัวเลข!

ตำนานมากมายพูดถึงความเชื่อที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 9 อย่างเช่นเลข 0 คนไทยส่วนหนึ่งก็เชื่อว่ามันเกี่ยวข้องกับความสูญเสีย ซึ่งพ้องเสียงกับศูนย์ หรือในญี่ปุ่นที่อาคารบางแห่งไม่มีชั้น 4 หรือห้องหมายเลข 4 ซึ่งอ่านว่า “ชิ” ก็พ้องเสียงกับการซี้แหงตายสนิท

 

แม้ว่าไทยกับญี่ปุ่นจะเชื่อเรื่องเลขพ้องเสียงเหมือนกัน แต่ด้วยความของภาษาก็ทำให้ความหมายเปลี่ยนยิ่งกว่าคำว่า “ขี้เหร่” ที่แปลเป็นไทยว่า “สวย” ซะอีก นั่นคือเลข 9 ที่ของไทยเราเชื่อว่าก้าวหน้า โดยเฉพาะในหน้าที่การงาน แต่สำหรับญี่ปุ่นมันแสดงถึงความตกต่ำ ยากลำบาก อันดับรั้งท้าย หรือในเลข 8 ที่ไทยมองว่าเป็นลำดับของดาวราหู ชาวยุโรปกลับตะแคงเลขเป็นสัญลักษณ์ของความไม่สิ้นสุด (Infinity)

 

 

เบื้องหลังความเชื่อเรื่องตัวเลข

สำหรับชาวยุโรปแล้ว เลข 6 ในภาษาอังกฤษยังออกเสียงพ้องกับคำว่า “sick” ซึ่งแปลว่าเจ็บป่วย มิหนำซ้ำเลข 6 สามตัวเรียงกัน หรือ 666 นั้นสำหรับชาวคริสต์ถือว่าเป็นหมายเลขของซาตานหรือปีศาจ ถึงขั้นที่สหรัฐต้องเปลี่ยนหมายเลขของทางหลวง 666 เป็น 491 แทนเลขเดิมในปี 2003 เลยทีเดียว

 

อ้อ! มีหนังที่เกี่ยวข้องกับเลข 666 ด้วยนะ The Omen เด็กปีศาจไงล่ะ ชนะรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยมอีกด้วย

 

 

ไม่แค่เลขหลักเดียว เลขสองหลักก็มีนะ อย่างในอิตาลีจะเป็น 17 เลขโรมันคือ XVII ซึ่งสามารถเรียงใหม่เป็น VIXI ภาษาละตินแปลว่า “ฉันเคยมีชีวิต” เท่ากับว่าตอนนี้ “ฉันตายแล้ว” หรือความเชื่อเรื่องศุกร์ 13 ที่ถือว่าเป็นวันแห่งความโชคร้ายสุดๆ เพราะพระเยซูเสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้าย โดยมีสาวกร่วมโต๊ะ 13 คนในวันพฤหัสบดี และในวันรุ่งขึ้นซึ่งก็คือวันศุกร์เป็นวันที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน นั่นจึงทำให้เมื่อวันศุกร์และเลข 13 มาเจอกัน ถือเป็นสุดยอดแห่งความซวย ผลที่ตามมาจากเรื่องอาถรรพณ์เลข 13 จึงทำให้อาคารบางแห่งไม่มีชั้น 13 หรือห้องหมายเลข 13

 

ทางการแพทย์มีคนกลัวเลข 13 จนขึ้นสมองด้วย เรียกว่า ไตรสไกเดกาโฟเบีย (Triskaideka Phobia)

 

 

ทำไมต้อง 7

นอกจากตัวเลขต่างๆที่ได้นำเสนอไปแล้วก็ยังมีตัวเลขอีกตัวหนึ่งที่ถือได้ว่ามี “พลังลึกลับ” ซ่อนอยู่ในตัวมันมากที่สุด นั่นก็คือเลข 7 ย้อนกลับไปถึงเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิล จะพบว่าพระเจ้าใช้เวลา 6 วันในการสร้างสรรพสิ่ง และวันที่ 7 จะเป็นวันหยุดพัก ชาวคริสต์จึงไม่ทำงานวันอาทิตย์ แต่ใช้วันนั้นเข้าโบสถ์เพื่อนมัสการพระเจ้าแทน อีกเรื่องในพระคัมภีร์คือ การพังกำแพงเมืองเยริโค (Jericho) ตามคำแนะนำของพระเจ้า ที่ให้เดินรอบเมืองเยริโค 7 วัน และในวันที่ 7 ก็ให้เดินรอบเมืองทั้งหมด 7 รอบ ก่อนที่จะเป่าแตรขึ้นพร้อมกันแล้ว กำแพงเมืองเยริโคก็จะถล่ม

 

นอกจากนี้ ชาวยุโรปและอเมริกันยังมีความเชื่อว่า บุตรคนที่ 7 จะมีพลังบางอย่างติดตัวมาตั้งแต่เกิด และยิ่งถ้าเป็นบุตรคนที่ 7 ของบุตรคนที่ 7 อีกทอดหนึ่งโดยที่ไม่มีเด็กผู้หญิงเข้ามาขัดในสายสกุลเลยนั้น จะยิ่งถือว่ามีพลังอำนาจในการรักษาที่โดดเด่นมาก

 

 

บันทึกในสมัยของพระเจ้าชาลส์ที่ 2 (Charles II) แห่งอังกฤษ ในมณฑลคอร์นวอลล์ (Cornwall) กล่าวถึงบุตรคนที่ 7 ของบุตรคนที่ 7 ว่ารักษาอาการเจ็บป่วยของกษัตริย์ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ทำการลูบไล้สัมผัส พร้อมเป่ามนต์ ท่องคาถา และมอบเหรียญหรือเครื่องรางไว้คอยคุ้มครอง

 

ส่วนบุตรคนที่ 7 ของบุตรคนที่ 7 อีกท่านหนึ่ง อาศัยอยู่ในเมืองแฮมพ์เชียร์ (Hampshire) ประเทศอังกฤษเช่นกัน คนในหมู่บ้านนั้นเรียกเขาว่า “คุณหมอ” โดยเฉพาะคนขาพิการ ว่ากันว่าคุณหมอท่านนี้มีไม้เท้าสะสมเอาไว้มากมาย ซึ่งเขาก็ไม่ได้หาซื้อมาจากที่ไหนหรอกครับ แต่ได้รับมาจากคนไข้ที่เขารักษาจนหายเป็นปกติเลยไม่ต้องใช้ไม้เท้าอีก

 

 

ถัดมาที่ฝรั่งเศส บุตรคนที่ 7 ของบุตรคนที่ 7 ชื่อ “ฟูลงค์” (Foulon) เป็นช่างทำถังไม้ที่อาศัยอยู่ในเมืองออร์ลิอันซ์ (Orleans) ทางการฝรั่งเศสมอบเหรียญตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของราชวงศ์ (Fleur-de-lis) ให้ เนื่องจากว่าเขามีความสามารถในการเยียวยารักษาและสามารถขับไล่พลังความชั่วร้ายออกไปจากองค์กษัตริย์ได้ นั่นจึงทำให้บ่อยครั้งที่ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศจะแห่กันมาหาฟูลงค์เพื่อให้เขาช่วยรักษา ยิ่งในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนก่อนถึงรุ่งเช้าของวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (Good Friday) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นช่วงที่ฟูลงค์จะใช้พลังของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้นจะมีคนไข้มาร่วมรับการรักษามากถึง 500 คนเลยทีเดียว

 

แต่ถ้าเป็นลูกสาวล่ะ ความเชื่อของสก๊อตแลนด์ก็มีนะ แต่เป็นความสามารถด้านการหยั่งรู้และพยากรณ์ ไม่ใช่ความสามารถด้านการเยียวยารักษา

 

 

จะเห็นได้ว่าเลข 7 นั้นมีพลังที่น่าทึ่งซุกซ่อนอยู่ในตำนานความเชื่ออย่างแรงกล้า แต่คำถามสำคัญก็คืออะไรอยู่เบื้องหลังพลังมหัศจรรย์เหล่านั้น บ้างก็เสนอว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเลข 7 โดยตรง แต่ความเฉลียวฉลาดผิดมนุษย์นี้ อาจจะมาจากการที่ลูกคนเล็กจะได้รับการสืบทอดความสามารถทางด้านสติปัญญาจากผู้ให้กำเนิดมามากกว่าลูกคนโต เนื่องจากคนเรามักจะมีพัฒนาการทางจิตใจและปัญญาอยู่เสมอ นั่นแปลว่าลูกคนเล็กย่อมต้องได้รับการสืบทอดทางสติปัญญาจากผู้ให้กำเนิดที่มีระดับจิตใจและปัญญาที่มากขึ้นตามวัย ลูกคนสุดท้ายจึงมีขนาดสมองที่ใหญ่กว่าลูกคนแรก ซึ่งก็ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ เพราะใช่ว่าจะฉลาดกว่าเสมอไป สมองของผู้ให้กำเนิดหลายคน ก็ใช่ว่ายิ่งแก่ยิ่งพัฒนาขึ้นเสมอไป แก่กะโหลกกะลา แก่ดักดานก็มีเยอะ อย่าบอกนะว่าไม่เคยเจอคนแบบนี้น่ะ หึ่หึ่ -_-

 

ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ความเชื่อเหล่านั้นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดวรรณกรรมชุด The Wardstone Chronicles โดย Joseph Delaney อันเป็นเรื่องราวของบุตรคนที่ 7 ของบุตรคนที่ 7 ในยุคแห่งเวทมนตร์ เมื่อตำนานมาปะทะกับอาคม วรรณกรรมชุดนั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจในการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อีกทีในชื่อ Seventh Son ผลงานทิ้งท้ายของทีม visual effect จาก Life of Pi นำแสดงโดย Jeff Bridget (จาก R.I.P.D และ TRON: Legacy), Ben Barnes (จาก The Chronicles of Narnia และ Stardust), Alicia Vikander (จาก Ex Machina และ The Danish Girl), Julianne Moore (จาก Don Jon และ Non-Stop) และ Kit Harington หรือที่แฟนๆ Game of Thrones รู้จักกันในบท จอน สโนว์ กำกับโดย เซอร์จี โบดรอฟ (จาก Mongol: The Rise of Genghis Khan และ Prisoner of the Mountains)

 

 

ท่านอาจารย์เกรกอรี่ (เจฟฟ์ บริดเจสเป็นอัศวินผู้กักขังตัวแม่มดมัลคิน (จูลิแอน มัวร์มานานนับหลายศตวรรษ แต่ตอนนี้แม่มดถูกปลดพันธนาการและกำลังหาทางล้างแค้น เธอเรียกเหล่าบริวารทุกตนมารวมตัวกัน แม่มดมัลคินเตรียมระบายความแค้นมาสู่โลกอย่างคาดไม่ถึง แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ขวางทางเธอไว้คือท่านอาจารย์เกรกอรี่ ในการกลับมาเผชิญหน้ากันใหม่คราวนี้ เกรกอรี่ต้องพบกับปีศาจร้ายที่เขาหวั่นเกรงว่าจะหวนกลับมาเสมอ ตอนนี้เขามีเวลาเพียงก่อนช่วงวันพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น ที่จะได้ทำสิ่งที่ต้องใช้เวลานานหลายปี คือฝึกฝนสมาชิกคนใหม่ของเขาอย่าง ทอม เวิร์ด (เบ็น บาร์นสเพื่อต่อสู้กับอำนาจเร้นลับที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ ความหวังของมวลมนุษย์อยู่ที่ลูกชายคนที่ ของลูกชายคนที่ คนนี้เท่านั้น

 

ติดตามชม “Seventh Son บุตรคนที่ 7 จอมมหาเวทย์
ได้ในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ เวลา 9.15 น. ทางช่องโมโน29 ฟรีทีวีที่มีหนังดี ซีรีส์ดังมากที่สุด


Tag :
Alicia Vikander
Ben Barnes
Game of Thrones
Jeff Bridges
Joseph Delaney
Julianne Moore
Kit Harington
Life of Pi
The Omen

FaceBook Comment

Movie & Series Talk

เพิ่มเติม >>