8 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ The Fast and the Furious ไม่ว่าภาคนี้ภาคไหน
8 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ The Fast and the Furious ไม่ว่าภาคนี้ภาคไหน

8 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ The Fast and the Furious ไม่ว่าภาคนี้ภาคไหน

ก่อนจะไปเร็วและแรงกับความมันแบบต่อเนื่องทางช่อง MONO29 ฟรีทีวีที่มีหนังดี ซีรีส์ดังมากที่สุด

วันพุธที่ 20 มิถุนายนนี้
เวลา 18.20 น. 
“The Fast and the Furious เร็วแรงทะลุนรก”
เวลา 20.30 น. “2 Fast 2 Furious เร็วคูณ 2 ดับเบิ้ลแรงท้านรก”

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายนนี้
เวลา 18.20 น. “The Fast and the Furious: Tokyo Drift เร็ว..แรงทะลุนรก 3 ซิ่งแหกพิกัดโตเกียว”
เวลา 20.30 น. “Fast & Furious เร็ว..แรงทะลุนรก 4: ยกทีมซิ่ง แรงทะลุไมล์”

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายนนี้
เวลา 20.40 น. “Fast Five เร็ว..แรงทะลุนรก 5”

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายนนี้
เวลา 19.20 น. “Fast & Furious 6 เร็ว..แรงทะลุนรก 6”

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายนนี้
เวลา 19.20 น. “Furious 7 เร็ว..แรงทะลุนรก 7”

เรามาอุ่นเครื่องก่อนชมด้วย 13 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้กันดีกว่า…

 

 

1. ก่อนจะมาเป็น The Fast and the Furious

เพราะว่าหนังเคยมีคนใช้ชื่อไปทีนึงแล้ว เป็นหนังเกรด B ปี The Fast and the Furious (1955) เนื้อหาเกี่ยวกับซิ่งรถเหมือนกัน แต่เป็นเหมือนผู้ร้ายซิ่งหนีข้ามชายแดนกัน ซึ่งหลายคนก็มาตั้งข้อสังเกตว่า หรือนี่จะเป็นแนวคิดของ Fast & Furious (2009) ภาค 4 ที่ซิ่งกันไปถึงเม็กซิโก แล้วตอนแรกหนังก็ไม่ได้กะจะใช้ชื่อนี้ด้วย ชื่อที่มีคิดสำรองไว้คือ Race Wars / Racer X / Red Line ซึ่งพอไล่ๆดูแล้ว อืม คิดถูกแล้วล่ะใช้ชื่อ The Fast and the Furious

 

2. เกือบจะไม่ใช่ Paul Walker ซะแล้ว

ตอนแรกที่มีการตกลงเรื่อง Casting หาตัวนักแสดงกันในเรื่อง The Fast and The Furious (2001) บทบาท Brian O’Conner ของ Paul Walker ในภาคแรก ที่เป็นตำรวจหนุ่มไป Undercover สักพักกลับใจเป็นโจรไปๆมาๆทำเอาเพื่อนปวดหัวนี้ จริงๆมีตั้งเอาไว้ให้นักแสดงชายหลายคน สามคนที่เราว่าน่าสนใจมากๆคือ Mark Wahlberg, Christian Bale, Eminem ก็ถูกทาบทามมาเล่นบทนี้เช่นกัน

 

 

3. ฉากแข่งรถบนถนนสนามแรกใน The Fast and The Furious (2001) ใช้ Sound Effects ทั้งหมด 15,000 เสียง

โห Facts นี้ตอนที่เรารู้ครั้งแรกก็ทึ่งมากๆ จำฉากที่ Dominic กับ Brian อัดแข่ง Drag กันครั้งแรกบนถนนกับรถอีกสองคันได้ไหม? นั่นล่ะ เพื่อให้ได้เสียงฉากแข่งรถบนถนนที่สมจริง และโคตรมันส์ทุกอณู จำเป็นต้องใช้เสียง Sound Effects ในการตัดต่อไปทั้งสิ้น 15,000 เสียง ซึ่งจริงๆแล้วมันมีความยาวไม่กี่นาทีเอง

 

4. The Fast and The Furious (2001) ภาคแรกได้แรงบันดาลใจมากจากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์

ผู้กำกับ Rob Cohen เล่าว่าเขาได้แรงบันดาลใจทำหนังเรื่องนี้มาจากอ่านข่าวเจอในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับแก๊งค์ซิ่ง และมีบทความเกี่ยวกับนักแข่งรถบนถนนใน Los Angeles ยามค่ำคืน (จากนิตยสารมอเตอร์ไซค์ “Racer X”) สุดท้ายมาโยงเรื่องตำรวจ ครอบครัว หักหลัง เข้ามาหน่อย โอ เกิดเป็นหนังแอคชั่นดีๆเรื่องหนึ่งเลย

 

 

5. Drift King ตัวจริง Keichi Tsushiya มาโผล่เป็นตัวประกอบในภาค The Fast and the Furious: Tokyo Drift (2006) ด้วย

จำฉากที่พระเอกพึ่งเริ่มฝึกดริฟท์กับฮาน แล้วอยู่ดีๆก็มีตัดมาเป็นภาพคนตกปลาริมน้ำนั่งคุยกันแล้ววิจารณ์การดริฟท์ไหม?  คนเสื้อน้ำเงินนั่นล่ะคือ Keichi Tsushiya เซียนดริฟท์ตัวพ่อในโลกความจริง นอกจากจะมาเป็นตัวประกอบแล้ว ยังเป็นคนให้คำปรึกษาด้านเทคนิคตลอดการถ่ายทำ เห็นว่าใน Initial D แกก็ไปแจมในกองถ่ายเหมือนกัน

 

6. ชื่อเต็มๆของ ฮาน ก็คือ Han Seoul-Oh!

ตัวละครที่หลายคนชื่นชอบ เพราะตัวจริงพี่แกก็รักประเทศไทยมาเที่ยวบ่อย แถมชอบอัพรูปบอกคนทั่วโลกด้วย แต่รู้ไหมว่าชื่อเต็มๆของ ฮาน คือ Han Seoul-Oh เราไม่รู้ว่าเป็นมุขรึเปล่า แต่เราว่าฮาดีนะ มาจากเกาหลี ชื่อเมืองหลวงเกาหลี แล้วก็อ่านแล้วคล้ายๆกับ Han Solo ของ Star Wars ด้วย

 

7. หักมุมแม้แต่นักแสดงด้วยกันเอง

ตัวละครแฟนสาว Dominic ของ Michelle Rodriguez ที่เกิดการหักมุมกันในเรื่อง แปรพรรคแปรพวกกันนิดหน่อย จนถึงตอนนึงก็เหมือนจะตายไปแล้ว ในตอนจบ Fast Five อยู่ดีๆเธอก็โผล่มาหลัง End Credit เรื่องนี้เจ้าตัวเล่าให้สื่อฟังว่า “ฉันก็เพิ่งมารู้ในโรงพร้อมๆกับคนดูเหมือนกันว่า จะมีฉันเล่นในภาคต่อไปด้วย” นี่แสดงว่าจะไม่เซ็นสัญญาไรกันเลยเหรอเนี่ย จู่ๆก็จับมาเล่นอีกภาคเลย แหม การทำงานแบบ Fast นี่มันต้องเร็วสมชื่อจริงๆ

 

 

8. มีหนังสั้นชื่อ Los Bandoleros ที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวก่อนเริ่ม The Fast and The Furious ด้วย

ทำโดย Vin Diesel เล่นโดย Vin Diesel พูดถึงเรื่องราวของ Dominic ก่อนจะมาเป็นแบบที่เราเจอกันในหนังภาคแรก ใครที่รู้ว่าเป็นแฟนเรื่องนี้แต่ยังไม่เคยดู รีบไปหามาดูด่วน

 

 

The Fast and The Furious มีมาแล้ว 7 ภาค แต่เคยรู้หรือสงสัยกันหรือไม่ว่า เนื้อหาของแต่ละภาคเรียงต่อกันยังไง เพราะนี้คือแฟรนไชส์ที่หลายคนบอกว่าเอาแค่ชื่อเรื่อง ก็ทำเอาดูงงตามๆกันแล้ว เอาเริ่มตั้งแต่ภาค 1-2 The Fast and the Furious (2001) และ 2 Fast 2 Furious (2003) สองอันนี้ก็คือภาคต่อ Sequel กันตามปกติเหมือนหนังทั่วๆไป แต่พอมาภาคสาม The Fast and the Furious: Tokyo Drift (2006) นี่ล่ะสิ ที่เนื้อหากระโดดไปทำไกลมาก เสร็จแล้ว 4-6 Fast & Furious (2009) / Fast Five (2011) / Fast & Furious 6 (2013) เป็นช่วงเวลาคู่ขนานหลังจากภาค 2 ที่ช่วยเล่าว่ามีตัวละครอะไรเติมเข้ามาบ้าง ถึงภาค 7  Furious 7 (2015) นี้  เป็นภาคที่ถือเป็นภาคต่อล่าสุดจริงๆหลังจาก Tokyo Drift มาเฉลยให้คนดูรู้ตอน End Credit ภาค 6 ที่ อ่าว เห้ย ต่อจากที่ฮานตาย แล้วไหงเป็นเฮีย Jason Statham ที่เหยียบมิดอัดกลางแยกในโตเกียว ก็ดำเนินเรื่องปูมาให้เป็นตัวโกงในภาค 7 นี้เข้าพอดิบพอดี ตอนแรกไอ้เราก็งงมาตั้งนานว่าทำไม ฮาน มาโผล่ภาคนั้นนี้ ไม่ตายซะที

ขอบคุณข้อมูลจาก Watchmojo, Screencrush, Dooddot

 

FaceBook Comment

Movie & Series Talk

เพิ่มเติม >>