คัดลอก URL แล้ว
เดินหน้าประมูล “ข้าวทะลุทศวรรษ” ย้ำ ยังไม่ได้ให้ทหารกิน นักวิชาการห่วงสารเคมี

เดินหน้าประมูล “ข้าวทะลุทศวรรษ” ย้ำ ยังไม่ได้ให้ทหารกิน นักวิชาการห่วงสารเคมี

ข่าวการชิมข้าวในโครงการจำนำข้าวอายุ 10 ปี กลายเป็นกระแสที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจถึงการนำข้าวดังกล่าวออกมาจำหน่าย ซึ่งทางด้านของกรมการค้าภายใน แจงการตรวจข้าวเก่า 10 ปี เป็นไปตามมาตรฐานสากล และก่อนจะบริโภค หรือ ส่งออก ต้องผ่านขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพให้ได้มาตรฐานการค้า และสุขอนามัย ขณะที่นักวิชาการกังวล ความปลอดภัยจากการใช้ “สารเมทิลโบรไมด์” รมข้าวเป็นเวลานานถึง 10 ปี

กรมการค้าภายใน เตรียมเดินหน้าประมูล “ข้าวเก่า 10 ปี”

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ชี้แจงต่อกรณีของการเปิดประมูลข้าวเก่า 10 ปีในโครงการนี้ว่า การตรวจสอบข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยบริษัทเซอร์เวเยอร์ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศ เป็นคนกลางในการดำเนินการตรวจสอบทุกขั้นตอน

และจากการตรวจสอบทางกายภาพ เมล็ดยังคงมีความสมบูรณ์ ไม่มีลักษณะเสียหายจากการถูกทำลายด้วยแมลง มีฝุ่น และมีสีเหลืองตามสภาพระยะเวลาที่เก็บรักษา ส่วนของข้าวที่นำมาหุงแล้ว พบว่า ข้าวไม่แข็งกระด้าง ยังคงมีความนุ่ม มีลักษณะเช่นเดียวกับข้าวเก่า ซึ่งมีหลายประเทศที่ต้องการข้าวลักษณะเช่นนี้

สำหรับการระบายข้าวสต็อกของรัฐบาลล็อตสุดท้ายนี้ จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ตรวจทดสอบคุณภาพข้าว และจะเปิดให้เอกชน ผู้ประกอบการเข้าประมูลซื้อได้อย่างเต็มที่ และเปิดโอกาสให้เข้าไปพิสูจน์ตรวจสอบคุณภาพข้าวได้ทั้ง 2 คลัง ก่อนตัดสินใจเสนอราคาซื้อ

แต่ก่อนนำไปใช้เพื่อการบริโภคหรือส่งออก ก็ต้องนำไปปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้ได้มาตรฐานทางด้านการค้าและสุขอนามัยตามที่กำหนด มิใช่นำข้าวจากคลังที่เก็บไว้ไปจำหน่ายทันที

“สุทิน” ย้ำ ยังไม่ซื้อข้าวเก่า 10 ปี ให้ทหารกิน

ขณะที่ นายจำนงค์ ไชยมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึง เรื่องดรามาข้าว 10 ปี ว่าฝ่ายตรงข้าม หยิบยกไป บิดเบือนว่ากองทัพจะซื้อข้าว 10 ปีให้ทหารกิน

ซึ่งในความเป็นจริง นายสุทิน พูดชัดว่า หากจะซื้อต้องดูคุณภาพก่อน ต้องมีกระบวนการตรวจสอบ ต้องถามเหล่าทัพ ซึ่งมุมการพูดต้องคำนึงถึงนโยบายของรัฐบาลด้วยว่า ประสงค์จะแก้ปัญหาระบายข้าวที่เก็บในสต็อกให้หมดสิ้นไป หากพูดว่า กองทัพไม่ซื้อจะกระทบต่อความเชื่อมั่น ข้าวก็ขายได้ราคาต่ำ รัฐก็เสียหาย จึงบอกว่ายินดีสนับรัฐบาลทุกอย่าง แต่ต้องได้คุณภาพ ที่ผ่านการตรวจสอบ

นายสุทิน ยืนยันว่า ต้องดูแลทหาร ข้าวและอาหารของทหารเกณฑ์หรือทหารกองประจำการ ได้เน้นย้ำเรื่องปริมาณและคุณภาพ

“โฆษกรัฐบาล” ถามหาคนรับผิดชอบวาทกรรมข้าวเน่า

ขณะที่ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ทวิตเตอร์ ถามหาความรับผิดชอบ จากผู้ร่วมขบวนการลวงโลกว่า “ข้าวเน่า” ระบุว่า ถ้าข้าวล็อตสุดท้าย 15,000 ตันที่สุรินทร์สามารถขายได้ที่ราคาตันละ 15,000 บาท น่าสนใจว่า ข้าวในมือผู้มีอำนาจ ณ สิ้นปี 2557 ที่มีเหลืออยู่ราวๆ 18 ล้านตันนั้น ถูกระบายขายไปในราคาเท่าไร

ทุกๆ 1 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 1,000 บาทต่อตัน ที่ขายได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น(เพราะวาทกรรมข้าวเน่า) ย่อมหมายถึง สมบัติของชาติถูกปล้นไป 18×1,000=18,000 ล้านบาท

ถ้าขายไปที่ราคากิโลกรัมละ 8 บาท หรือ ตันละ 8,000 บาท ก็ย่อมหมายความว่า คนไทยถูกหลอกลวงปล้นไป (15,000-8,000)x18 ล้าน = 126,000 ล้านบาท

นักวิชาการ ชี้ “เมทิลโบรไมด์” อันตรายต่อปอด-ระบบประสาท

มีความเห็นของนักวิชาการ นายศักดา ศรีนิเวศน์ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ มาทำความรู้จักกับสารเมทิลโบรไมด์ ที่ใช้รมข้าวสาร โดยระบุว่า

เมทิลโบรไมด์ เป็นก๊าซที่ไม่มีกลิ่นและไม่มีสี และไม่แน่ใจว่า การรมควันเดือนละครั้งถึง 10 ปี จะมีสารเมทิลโบรไมด์ตกค้างในข้าวสักเท่าใด เพราะยังไม่เคยมีงานศึกษาการรมควันที่ยาวนานเช่นนี้

เมทิลโบรไมด์มีความเป็นพิษสูง เมื่อสูดดมเข้าไป ปอดอาจได้รับบาดเจ็บสาหัส และในระยะยาว อาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทในมนุษย์

การหายใจเมทิลโบรไมด์ อาจทำให้ปอดระคายเคือง ทำให้เกิดอาการไอและ หรือหายใจลำบาก การได้รับสารในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในปอด หรือ ปอดบวม ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ และมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรง เมทิลโบรไมด์อาจทำลายไตและส่งผลต่อตับ