วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 มูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐกคินี ได้จัดคอนเสิร์ตการกุศล ” Be Musical Charity Concert 2026: New Heart New Life ” ที่โรงละคร M Theatre โดยมีนางสาวสุดาพิมพ์ โพธิภักติ เป็นผู้อำนวยการแสดง เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กยากจนที่ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดให้ได้รับการผ่าตัดเพื่อรอดชีวิต โดยได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปร่วมซื้อบัตรเข้าร่วมรับชมคอนเสิร์ตเป็นจำนวนมาก
โดยนพ.สุเทพ วาณิชย์กุล ประธานมูลนิธิ เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิได้จัดคอนเสิร์ตระดมทุน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 แล้ว ทั้งค่าอุปกรณ์การผ่าตัดบางส่วนที่จำเป็นต่อการรักษา ค่ายานอกบัญชียาหลักแห่งชาติที่ไม่สามารถเบิกจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายประจำวันของผู้ป่วยในรายที่จำเป็น แต่ในปีนี้ได้จัดภายใต้โครงการ แต่ปีนี้ทางมูลนิธิฯ ได้จัดโครงการผ่าตัดเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิด “93 ดวงใจสดใสด้วยรัก” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คู่ขนานไปกับโครงการพื้นฐานของมูลนิธิฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ห้างร้านต่างๆ รวมถึง ประชาชนที่สนใจซื้อบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ก็จะมีส่วนร่วมในการนำเงินไปช่วยเหลือการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจทั้ง 93 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่มาตรวจรักษากับแพทย์เคลื่อนที่ที่ทางมูลนิธิฯ จัดขึ้นเพื่อลงไปช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดต่างๆ ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่รอคิวรับการผ่าตัดอยู่ คาดว่าจะครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ภายในเดือนตุลาคมนี้
ขณะที่คุณพิมพ์ใจ โพธิภักติ ที่ปรึกษามูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า การจัดคอนเสิร์ตในปีนี้เป็นการแสดงละครเวทีบรอดเวย์ มิวสิคัล โดยการนำเพลงจากละครบรอดเวย์ที่โด่งดัง เช่น Chicago The Musical , Bonnie & Clyde , Disney’s Hercules The Musical รวม 25 เพลง มาร้อยเรียงเป็นการแสดงต่อเนื่องเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งปีนี้ได้ แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น ศิลปินระดับแนวหน้าร่วมแสดงด้วย
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 45 ปี มูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ให้ความช่วยเหลือผ่าตัดและรักษาเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมาแล้วประมาณ 17,000 ราย ซึ่งการระดมทุนเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดนอกเวลาราชการ เพิ่มเติมปีละ 600 คน ซึ่งต้องใช้เงินปีละประมาณ 25,000,000 บาท เพื่อลดคิวการรอคอยและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย




