ชาวนาประสบปัญหาภัยแล้ง
ชาวนาประสบปัญหาภัยแล้ง

ชาวนาประสบปัญหาภัยแล้ง

1

ชาวนาประสบปัญหาภัยแล้ง

ชาวนาบางส่วนในจังหวัดอ่างทองต้องใช้น้ำบาดาลปลูกข้าว หลังชลประทานประกาศให้ชาวนาในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเลื่อนปลูกข้าวนาปีออกไปอี เพราะน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักมีปริมาณน้อ จากภาวะฝนทิ้งช่วงส่วนโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เตือนชาวนาจังหวัดปทุมธานี นครนายก และฉะเชิงเทรา ใช้น้ำอย่างระมัดระวังเนื่องจากเขื่อนพระราม 6 รับน้ำจากท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำน้อยไม่เพียงพอปลูกข้าวนาปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อนาข้าวกว่า 5 หมื่นไร่ในพื้นที่ลุ่มคลองชลประทานรพีพัฒน์

2ชาวนาต้องใช้เครื่องสูบน้ำเข้านา

ขณะที่ชาวนาตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ต้องขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายกเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำนครนายกเข้าคลองให้ชาวนานำน้ำไปเลี้ยงต้นข้าวกว่า 1,800 ไร่ ที่กำลังขาดแคลนน้ำ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนขุนด่านปราการชลเตือนชาวนาในจังหวัดนครนายกอีกร้อยละ 90 ที่ยังไม่มีการเพาะปลูก ชะลอไปก่อน 1-2 สัปดาห์เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนเหลือเพียงร้อยละ 8 ของความจุเขื่อนด้านชาวนาในจังหวัดพิจิตรเร่งสูบน้ำจากคลองชลประทานเข้านาเพื่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังเติบโตหลังชลประทานลดการระบายน้ำจังหวัดพิจิตร มีพื้นที่เกษตรในเขตชลประทานกว่า 1 แสน 8 หมื่นไร่ ทำนาไปแล้ว 1 หมื่น 7 พันไร่ หรือร้อยละ 10

4สภาพน้ำในเขื่อนหลัก ข้อมูล 12 มิ.ย.58

ขณะนี้สถานการณ์น้ำในภาคกลางค่อนข้างน่าเป็นห่วงเนื่องจาก 4 เขื่อนหลักอันประกอบด้วยเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ที่ส่งน้ำหล่อเลี้ยงลุ่มเจ้าพระยามีปริมาณน้ำมากไม่เพียงพอที่จะส่งใช้เกษตรกรปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ทั้ง 9 ล้านไร่ได้โดยเมื่อไปตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2558)  เพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์น้ำแล้ง

– เริ่มที่เขื่อนภูมิพล  มีความจุ 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำเหลือ 4,210  ล้านลูกบาศก์เมตรหรือคิดเป็น 31 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปริมาณที่ใช้ได้จริงคือ 410 ล้านลูกบาศก์เมตรทำให้ตอนนี้ต้องมีการปรับแผนการเฉลี่ยน้ำเพื่อให้สามารถหล่อเลี้ยงทุกภาคส่วนไปได้จนกว่าจะเข้าสู่ช่วงฝนตกชุก

– เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งมีความจุ 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร ตอนนี้มีปริมาณน้ำในเขื่อนเพียง 3,629  ล้านลูกบาศก์เมตรหรือราว 38 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณที่ใช้ได้จริง 779 ล้านลูกบาศก์เมตร

– เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีความจุ 939 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำเหลือ 132 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ 14 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณน้ำที่สามารถใช้ได้จริงคือ 89 ล้านลูกบาศก์เมตร

– เขื่อนปาสักชลสิทธิ์ จากความจุ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำเพียง 92 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ส่วนปริมาณที่สามารถใช้ได้คือ 89 ล้านลูกบาศก์เมตร

5ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักวิกฤต

ทั้งนี้ด้วยสภาพน้ำแล้งทำให้จากที่ปกติในช่วงเดือนพฤษภาคมน้ำจะต้องไหลลงอ่างฯเฉลี่ยวันละประมาณ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้น้ำไหลลงอ่างฯเพียงวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรโดยเฉลี่ยและเดือนมิถุนายนน้ำจะต้องไหลลงอ่างฯเฉลี่ยวันละประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรแต่วันนี้น้ำไหลลงอ่างฯเพียงวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เช่นกัน

 

 


Tag :
ชาวนาประสบปัญหาภัยแล้ง
ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักวิกฤต

FaceBook Comment